วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553

รู้หรือไม่ว่า มีอยู่ 2 ประเทศ ไม่สามารถใช้ชื่อ Gmail ได้



นักท่องเน็ทส่วนใหญ่ต้องมี อีเมล (Email) อย่างน้อย คนละ 2 ชื่อ เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างกัน อีเมลยอดนิยมส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น Hotmail Yahoo และ Gmail

Gmail คือ บริการฟรีอีเมล ที่จัดทำขึ้นโดย Google เปิดตัวให้ทดลองใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2547 ในตอนนั้น Gmail ยังอยู่ในช่วงพัฒนา ผู้ที่ต้องการใช้งานจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการเชิญ (invite) เท่านั้น แต่เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทาง Google ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถใช้งาน Gmail โดยสมัครผ่านทางหน้าเว็บ www.gmail.com ได้เลย ถือว่าเป็นการเปิดศึกของการให้บริการ ฟรีอีเมล ที่น่าจับตามอง

บริการ Gmail ดีอย่างไร ??? Gmail ได้เปรียบผู้ให้บริการฟรีอีเมลทั่วไปในเรื่องของพื้นที่การเก็บอีเมล ในขณะที่ทาง Hotmail และ Yahoo ให้พื้นที่ใช้งานอยู่ที่ 1 GB แต่ของ Gmail กลับให้พื้นที่การใช้งานมากกว่าโดยอยู่ที่ 2.8 GB เทียบเท่ากับหน้าเว็บเพจถึง 1.4 ล้านหน้า !!! จุดเด่นโดนใจนอกเหนือจากพื้นที่การใช้งาน

ที่ให้เยอะจนสามารถเก็บอีเมลไว้อย่างจุใจแล้ว Gmail ยังสามารถเช็คอีเมลเข้าใหม่ผ่านทางเว็บบราวเซอร์ของ Firefox ได้เลย นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิพิเศษในการใช้บริการต่าง ๆ ของ Google อย่างเช่น บริการ iGoogle เสริชเอ็นจิ้น แบบใหม่ที่สามารถจัดรูปแบบ การใช้งานตามสไตล์ของผู้ใช้ เพียงแค่มีอีเมลของ Gmail เพื่อใช้ในการเข้าระบบ เป็นต้น แต่คุณรู้หรือไม่ว่า..

มีเพียงประเทศ เยอรมัน และ ประเทศ อังกฤษ เท่านั้น ที่ทาง Google ต้องเปลี่ยนจาก Gmail เป็น Google Mail เนื่องจากชื่อ Gmail ซ้ำกับชื่อผู้ให้บริการอื่นที่มีอยู่ก่อนแล้ว ทำให้กลายเป็นเพียง 2 ประเทศในโลก ที่ใช้ @googlemail.com


วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

ไอศกรีมซันเดมีอะไรเกี่ยวข้องกับวันอาทิตย์


ไอศกรีมโซดามีจำหน่ายครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1874ในรัฐฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นที่นิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็ว


คำว่า "ซันเด" (sundae) ในไอศกรีมซันเด บิดมาจากคำว่า "ซันเดย์" (Sunday) วันอาทิตย์

เนื่องจากขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านการดื่มสุราในช่วงทศวรรษ 1880-1889 ถือว่าน้ำโซดาเกี่ยวโยงกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลายเมืองในภาคตะวันตกตอนกลางถึงกับออกกฏหมายห้ามจำหน่ายไอศกรีมโซดาในวันอาทิตย์ บรรดาเจ้าของร้านขายไอศกรีมและน้ำโซดาหัวใสที่ไม่ต้องการเสียรายได้งาม ๆ ในวันที่ขายดีที่สุดในรอบสัปดาห์ จึงคิดวิธีการที่ง่ายที่สุดเพื่อเลี่ยงกฏหมายที่ "เหลวไหล" นี้ โดยไม่ต้องเติมโซดาลงในไอศกรีมโซดา เติมแต่น้ำเชื่อมรสต่าง ๆ ลงบนไอศกรีมแทน ไอศกรีมสูตรใหม่ที่เสิร์ฟในวันอาทิตย์นี้ให้ชื่ออย่างเหมาะเจาะว่า "a sunday" ต่อมาเปลี่ยนอักษรตัว y ให้ชื่อเป็นอักษร e เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อต้านจากโบสถ์

ดูเหมือนว่าไอศกรีมสูตรใหม่ได้กลายเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ประสบความสำเร็จเกินคาด ทุกวันนี้ไอศกรีมซันเดเป็นที่นิยมรับประทานกันมากกว่าไอศกรีมโซดาเสียอีก

Moi-Même



- Je suis gaie, sociablese, affectueuxe, ambitieuse et volontaire.


- Je n’aime pas les gens qui sont égoïstes, bagarreurs , capricieuses , agressive et jalouxs.


- Je suis gaie, sociable et volontaie.

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

วันเด็ก - คำขวัญ เพราะเรานั้นคู่กัน

เมื่อมีวันเด็ก สิ่งที่ต้องมีเหมือนกันทุกปีนั่นก็คือ คำขวัญวันเด็ก ค่ะ ซึ่งจะเป็นธรรมเนียมของทุกปีที่นายกรัฐมนตรีจะให้คำขวัญกับเด็กๆ เพื่อเป็นการให้ข้อคิด หรือเป็นคติเตือนใจ ซึ่ง คำขวัญวันเด็กในปี พ.ศ. 2553 นี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้มอบคำขวัญว่า


"คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม"


เป็นคำขวัญที่เข้าใจง่าย ไม่ต้องแปลกันเลยนะคะ การคิด ก็คิดอย่างสร้างสรรค์ หมั่นขยันใฝ่หาความรู้ แต่ก็ต้องยึดหลักคุณธรรมด้วย

นอกจากคำขวัญของปีนี้แล้ว ชาวเด็กดีจำของปีที่แล้วกันได้หรือเปล่าเอ่ย อิอิ จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ พี่แนนได้รวบรวมคำขวัญวันเด็กในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาให้ชาวเด็กดีได้ทราบกัน (เท่ากับอายุ 10 ปีเว็บเด็กดีด้วยหล่ะ แหะๆ) ไปดูกันเลย..
พ.ศ. 2552 - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี
พ.ศ. 2551 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ : สามัคคี มีวินัย ใฝ่ความรู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ. 2550 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ : มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข
พ.ศ. 2549 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร : อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
พ.ศ. 2548 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร : เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด
พ.ศ. 2547 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร : รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน
พ.ศ. 2546 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร : เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
พ.ศ. 2545 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร : เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
พ.ศ. 2544 - นายชวน หลีกภัย : มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ. 2543 - นายชวน หลีกภัย : มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย


วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

4 สถานที่ กับ ความทรงจำในวัยเด็ก

ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี ถือว่าเป็น “วันเด็กแห่งชาติ”


ซึ่งคำขวัญประจำวันเด็กแห่งชาติ ปี 2553 ที่ “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี ได้มอบให้เป็นของขวัญแก่เด็กๆ ชาวไทยทุกคน ก็คือ “คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม” นอกจากคำขวัญวันเด็กแห่งชาติประจำปีนี้แล้ว พี่ปัดยังมี “4 สถานที่ที่เด็กๆ ชื่นชอบ” มาฝากด้วยจ้ะ


4 สถานที่ กับ ความทรงจำในวัยเด็ก

สวนสนุก >> ถ้าเอ่ยถึงสถานที่แห่งนี้ พี่ปัดเชื่อว่าทุกคนจะนึกถึงความตื่นเต้น สนุกสนาน ที่รออยู่เลยใช่ไหมจ๊ะ เพราะเครื่องเล่นแต่ละชนิดก็จะมีความสนุกที่แตกต่างกันออกไป เช่น รถไฟเหาะก็จะให้ความรู้สึกหวาดเสียว ลงมาอาจจะมีอาการอาเจียนบ้างเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่ชอบความตื่นเต้นเป็นที่สุด หรือถ้าต้องการชื่นชมวิวบรรยากาศสวยๆ ล่ะก็ ต้องกระเช้าลอยฟ้าเลยจ้ะ

สวนสัตว์ >> ถือว่าเป็นสถานที่ที่จะทำให้น้องๆ ได้พบเห็นสัตว์นานาสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม , สัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบก , สัตว์ป่าดุร้าย , สัตว์เลื้อยคลาน ไปจนถึงสัตว์ป่าหายาก ทำให้ได้เรียนรู้ถึงการดำรงชีวิตของสัตว์แต่ละสายพันธุ์ และได้รู้ว่าภายใต้ความน่ากลัวก็ยังมีความน่ารักซ่อนอยู่ด้วย


แผนกของเล่น >> จำกันได้รึเปล่าจ๊ะว่า เวลาที่อยากได้ของเล่นชิ้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ ตุ๊กตา รถวิทยุบังคับ ฯลฯ น้องๆ ก็มักจะขอร้องให้คุณพ่อคุณแม่พาไปที่แผนกของเล่นในห้างสรรพสินค้า เพราะสถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นสวรรค์เล็กๆ ที่รวบรวมของที่อยากได้มากที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว น้องๆ บางคนอาจจะเคยลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น เพื่อขอให้คุณพ่อ คุณแม่ช่วยซื้อของขวัญที่อยากได้ด้วยใช่ไหมจ๊ะ

ท้องฟ้าจำลอง >> เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น้องๆ ชอบไปใช่ไหมจ๊ะ เพราะที่แห่งนี้ให้ความรู้ทางดาราศาตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบสุริยะ กลุ่มดาวฤกษ์ , กลุ่มดาวเคราะห์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีห้องฉายดาว ที่จะพาไปสำรวจหาสิ่งต่างๆ เช่น กลุ่มดาวจักรราศี , ค้นหาชีวิตต่างดาว อีกด้วย


วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553

เคล็ดลับหน้าใสได้ด้วย "การล้างหน้า"

หลายคนอาจจะค้นหาเคล็ดลับต่างๆ นานาว่าจะมีวิธีอะไรบ้างนะที่จะทำให้ผิวหน้าสวยใสได้ดั่งใจ และก็หลายคนอีกเช่นกันที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาไปมากมายกับการประทินผิวหน้าด้วยวิธีต่างๆ นานา แต่สาวๆ เชื่อรึเปล่าคะว่า เคล็ดลับของผิวหน้าที่สวยใจนั้นจริงๆ แล้วเป็นเรื่องเส้นผมบังภูเขามากเลยล่ะค่ะเพราะที่แท้จริงแล้วการที่ผิวหน้าของเราจะสวยใจได้นั้น ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งอยู่ที่ “การล้างหน้า”นั่นเองค่ะ

...ล้างหน้ายังไงบ่อยแค่ไหนถึงจะดี >>> จริงๆ แล้วการล้างหน้านั้นทำเพียงวันละ 2 ครั้งก็เพียงพอค่ะ ล้างแค่ตอนตื่นนอนตอนเช้าและอาบน้ำตอนเย็นก็เพียงพอ ไม่ควรล้างหน้าบ่อยครั้งเกินไปเพราะจะทำให้ผิวหน้าแห้งลอกได้ แต่ถ้าผิวหน้าของสาวๆ สกปรกจริง ๆ เช่น หลังเล่นกีฬา หรือหลังจากกลับจากโรงเรียน ก็อาจจะเพิ่มการล้างหน้ารอบพิเศษอีกได้ค่ะ แต่สิ่งที่สาวๆ ควรระวังคือ อย่าใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนล้างหน้านะคะ เพราะจะทำให้ผิวแห้งและแลดูเหี่ยวๆ อีกต่างหาก นอกจากนี้วิธีการล้างหน้าที่ดีคือ สาวๆ แค่ลูบไล้แต่เบามือ ไม่เช็ด ไม่ถู ไม่อย่างนั้นผิวหน้าอาจจะถลอกได้นะคะ

เคล็ดลับหน้าใสได้ด้วย "การล้างหน้า"สิ่งที่สาวๆ มักจะเข้าใจผิดในเรื่องของการล้างหน้า >>> หลายคนอาจจะคิดว่าการขัดหน้าให้ชั้นผิวหนังเก่าลอกออกมานั้นจะทำให้ผิวหน้าขาวใส แต่จริงๆ แล้ว ชั้นผิวหนังเก่าหรือชั้นขี้ไคลก็คือ ชั้นหนังกำพร้าที่เกาะติดอยู่บนผิวหนังชั้นบนควบคู่ไปกับชั้นน้ำมันเคลือบผิว ทั้งขี้ไคลทั้งน้ำมันไม่ใช่สิ่งสกปรกอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดนะคะ แต่ว่าเป็นเกราะที่คอยคุ้มครองปกป้องผิวหน้าจากฝุ่นละอองเชื้อโรคและสารเคมีไม่ให้ซึมผ่านลงไปทำร้ายผิวต่างหากค่ะ

ถ้าสาวๆ เช็ดถู ล้างหน้าจนเกลี้ยง ชั้นน้ำมัน ชั้นขี้ไคลก็ไม่เหลือ ผิวหน้าของสาวๆ ก็จะเหมือนขาดเกราะคุ้มกัน ขาดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ลองสังเกตดูสิคะว่าคนที่ล้างหน้าบ่อยๆ หรือใช้น้ำยา ใช้โทนเนอร์เช็ดหน้า มักจะมีปัญหาผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย กลายเป็นผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่ายไปเลยล่ะค่ะ

แล้วถ้าเกิดอาการผิวแพ้ง่ายแล้วเราจะดูแลยังไง >>> วิธีแก้ผิวแพ้ง่ายก็ทำได้ไม่ยากเลยล่ะค่ะ แค่สาวๆ ยุ่งกับผิวให้น้อยที่สุด อาการผิวแพ้ง่ายก็จะหายไปเองค่ะ แต่ถ้าสาวๆ แต่งหน้า และเครื่องสำอางค์ที่ใช้ไม่ได้กันน้ำสาวๆ สามารถเลือกใช้สบู่เจลใสอ่อน ๆ ของเด็กได้นะคะ หรืออาจะเลือกประเภทที่ไม่มีฟอง ไม่มีน้ำหอมก็ได้นะคะจะได้ไม่ระคายเคือง ที่สำคัญเวลาล้างก็แค่เอาน้ำลูบไล้ ๆ เจลใสหรือโฟมที่ไม่มีฟองเหล่านี้เบาๆ ทั่วหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าอย่างเบามือ

ส่วนหลังล้างหน้าก็ให้ซับเบาๆ ไม่เช็ด ไม่ถูผิว ผิวจะได้ไม่หยาบกร้านและไม่ต้องใช้โทนเนอร์เช็ดหน้าหรอกนะคะ หากล้างหน้าเสร็จแล้ว สาวๆ ยังรู้สึกลื่นๆ เหมือนล้างหน้าไม่เกลี้ยง ให้สาวๆ ซับหน้าเบาๆ ด้วยผ้าขนหนู แค่นี้ก็สะอาดแล้วล่ะค่ะ

เห็นรึเปล่าล่ะค่ะว่าเคล็ดลับจริงๆแล้วอยู่ที่การล้างหน้าด้วยวิธีง่ายๆ แค่นั้นเองล่ะค่ะ ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อชุดทำความสะอาดผิวหน้าราคาแพงมาใช้ ผิวหน้าก็สวยได้ค่ะ แค่รู้จักดูแลแค่นั้นเอง

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

อย่างที่เราทราบกันดีนะคะว่าปัจจุบันนี้ น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์มีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ดังนั้นการเลือกใช้น้ำยาล้างชนิดใดก็ควรเลือกด้วยความระมัดระวังและเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน ...


>>> เลือกใช้แบบล้าง แช่ และกำจัดคราบโปรตีนในขวดเดียวน้ำ ยาในรูปแบบนี้ไม่ค่อยมีปัญหาเวลาเข้าตา สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดีพอสมควร ปัญหาที่เกิดมักเกิดจากการที่น้ำยาประเภทนี้ล้างทำคราบโปรตีนติดแน่นได้ไม่ค่อยดีนัก ปัจจุบันมักมีการโฆษณาว่าน้ำยาประเภทนี้ไม่ต้องถูเลนส์ก็ล้างได้ดี ในความเป็นจริงแล้วการถูเลนส์ยังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่ เพื่อให้น้ำยาประเภทนี้ใช้งานได้ดี


ปัญหาอีกประการ คือ น้ำยานี้โดยมากจะเหลือคราบสกปรกไว้ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้ผู้ใช้เกิดการแพ้สารกันเชื้อโรคในน้ำยานั้น น้ำยาประเภทนี้ใช้ได้ดีที่สุดกับคอนแทคประเภทใส่แล้วทิ้ง


>>> เลือกใช้แบบล้าง แช่ และกำจัดคราบโปรตีนแยกขวดกัน พวกนี้ส่วนมากจะล้างได้ดีกว่า สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดีถึงดีมาก มักมียาเม็ดที่ให้แช่ไว้สำหรับล้างคราบโปรตีนทุกๆ เดือน ปกติแล้วน้ำยาชนิดนี้ใช้ได้ดีกับเลนส์ที่ใส่ประจำ เพราะล้างคราบโปรตีนได้ดี


ข้อเสียคือ อาจมีอาการแพ้จากสารประกอบในน้ำยาได้ไม่ค่อยสะดวก แล้วถ้าล้างน้ำยาล้างออกไม่หมดก็จะทำให้ตาเจ็บ ตาแดง และอาจต้องไปพบแพทย์อีกด้วย


>>> เลือกใช้แบบ Hydrogen Peroxide กลุ่มน้ำยาในรูปแบบนี้มักแยกเป็น 2 ขวด ขวดแรกเป็นล้างเลนส์ก่อนฆ่าเชื้อ ขวดที่สองใช้ใส่ในขวดพิเศษพร้อมกับเลนส์ ส่วนมากอันนี้ต้องแช่ไว้ค้างคืน น้ำยาประเภทนี้ฆ่าเชื้อได้ดีมาก ใช้ได้กับคอนแทคเลนส์เกือบทุกชนิด แต่ไม่ค่อยสะดวกเพราะใช้เวลานานในขั้นตอนต่างๆ และเมื่อแช่เลนส์แล้วเอามาใช้ทันทีไม่ได้ จำเป็นต้องแช่ให้ครบกำหนดเวลา ถ้านำเลนส์ออกมาใส่ก่อนครบกำหนดเวลาก็อาจทำให้ตาเจ็บ ตาแดง ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ


จำไว้ให้ขึ้นใจนะคะว่าควรให้ความสำคัญกับการเลือกน้ำยาล้างคอนเทคเลนส์ ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานคอนเทคเลนส์ของเราด้วย เพื่อที่ดวงตาของเราจะได้สวยใสและปลอดภัยยังไงล่ะคะ